เข้าระบบ

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

31 พฤษภาคม 2022

สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของได้ ดังต่อไปนี้

ข้อมูลของท่านไม่มีความจำเป็นที่จะเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่าน เมื่อท่านได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมและบริษัทไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ เมื่อท่านใช้สิทธิคัดค้านตาม ข้อ 5.3 และบริษัทไม่อาจปฏิเสธคำขอได้ตามกฎหมาย เมื่อข้อมูลของท่านได้ถูกเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เมื่อผู้ใช้ร้องขอให้ลบข้อมูล ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้จะถูกลบออกจากระบบของแอปจริง ๆ

วิธีการขอลบบัญชีผู้ใช้งาน

  • กดลิงค์ https://myaccount.ichurch.cc/ 
  • กดเลือก ACCOUNT DELETION REQUEST แล้วกดปุ่ม NEXT >
  • กรอกรหัสผ่าน Password แล้วกดปุ่ม CONFIRM 
  • เสร็จสิ้นการลบบัญชีผู้ใช้งาน

ติดต่อเรา

บริษัท ไอเชิรช์ จำกัด (สำนักงานใหญ่) 178 M.8 Mae Chan,Mae Chan, Chiang rai 57110

E-mail : info@ichurch.in.th Tel : (+66)81-206-2561 (วันเวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 09.30-17.00 น.)

บริษัท ไอเชิร์ช จำกัด (ต่อไปนี้จะเรียกว่า ‘บริษัท/เรา’) เป็นผู้ให้บริการเว็บไซต์ https://ichurch.cc/ รวมไปถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ และช่องทางโซเชียลมีเดียอื่นๆ ในเครือ บริษัทขอเรียนว่า บริษัทเคารพความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน และตระหนักดีว่าข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานแต่ละท่านมีความสำคัญอย่างยิ่ง บริษัทจึงต้องการที่จะชี้แจงให้ทราบเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ดังนั้น บริษัทจึงได้มีนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ เพื่อชี้แจงรายละเอียดและ วิธีการจัดเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย การคุ้มครองข้อมูล การเข้าถึงข้อมูล การโอนย้าย และการวิเคราะห์ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังต่อไปนี้

ข้อมูลส่วนบุคคลในทีนี้หมายถึงข้อมูลต่างๆ ในการทำการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ iChurch.cc, Library.ichurch.cc, Cloudchurch.cc, Crossstock.co การลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของบริษัท คุกกี้ ข้อมูลการทำรายการ และประสบการณ์การใช้งาน

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) นี้อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยบริษัทมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งตามกฎหมายเรียกว่า ‘ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล’ โดยมีพนักงานที่บริษัทมอบหมายโดยเฉพาะให้มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของบริษัท ซึ่งตามกฎหมายเรียกว่า ‘ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล’ ส่วนท่านถือเป็น ‘เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล’ ตามกฎหมายนี้

ข้อ 1. ข้อมูลส่วนบุคคลอะไรบ้างที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผย

เราจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นข้อมูลที่ทำให้สามารถระบุตัวตนของท่านได้ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ได้แก่ ข้อมูลที่ท่านให้ไว้โดยตรงจากการลงทะเบียนผ่านระบบ iChurch การลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของบริษัท คุกกี้ ข้อมูลการทำรายการ และประสบการณ์การใช้งานผ่านหน้าเว็บไซต์ ผู้ที่ได้รับมอบหมาย หรือช่องทางอื่นใด เช่น

  • ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล อายุ วันเดือนปีเกิด สถานภาพสมรส เลขประจำตัวประชาชน เลขหนังสือเดินทาง 
  • ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่อาศัย สถานที่ทำงาน หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ไอดีไลน์
  • ข้อมูลอุปกรณ์หรือเครื่องมือ เช่น IP Address MAC Address Cookie ID
  • ข้อมูลอื่นๆ เช่น การใช้งานเว็บไซต์ เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และข้อมูลอื่นใดที่ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ 2. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูล

เราจะนำข้อมูลของท่านมาใช้เพื่อการพัฒนาและปรับปรุงเว็บไซต์ https://ichurch.cc/ แพลตฟอร์มออนไลน์ และช่องทางโซเชียลมีเดียอื่นๆ ในเครือ ตลอดจนการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้งาน ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์แก่ท่านให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

หากภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบ เพื่อขอความยินยอม และจัดให้มีบันทึกการแก้ไขเพิ่มเติมไว้เป็นหลักฐาน

ทั้งนี้ บริษัทจะไม่กระทำการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เพื่อประโยชน์อย่างอื่น ที่นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้แจ้งไว้กับท่านไว้ก่อนหรือขณะเก็บรวบรวม

2.1 iChurch อาจใช้ข้อมูลที่ iChurch เก็บรวบรวมและควบคุมไว้เพื่อวัตถุประสงค์ต่อไปนี้

  • (1) เพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้งาน รวมถึงการสร้างและบริหารจัดการบัญชีสมาชิก เพื่อแก้ไขปัญหาด้านเทคนิค และเพื่อเปิดใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ
  • (2) เพื่อปรับแต่งข้อเสนอและการใช้งาน รวมถึงการลงประกาศบนเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นของ iChurch หรือบนแพลตฟอร์มของบุคคลภายนอก
  • (3) เพื่อดูแลกิจกรรมการใช้งานโดยทั่วไปและกิจกรรมการใช้งานของผู้ใช้งานรายบุคคล เช่น การค้นหาคำสำคัญ การลงประกาศ การดำเนินธุรกรรม และเพื่อจัดการการสื่อสารบนเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นของ iChurch
  • (4) เพื่อติดต่อผู้ใช้งาน สำหรับการให้บริการและการดูแลผู้ใช้งาน หรือสำหรับการสื่อสารด้านการตลาดที่ได้รับอนุญาตผ่านช่องทางติดต่อสื่อสารใด ๆ ที่ใช้การได้
  • (5) เพื่อวิจัยและวิเคราะห์ในการปรับปรุงบริการของ iChurch
  • (6) เพื่อบังคับใช้นโยบายการใช้งาน ข้อกำหนดและเงื่อนไขต่าง ๆ ของ iChurch รวมถึงการตรวจสอบการละเมิดที่อาจเกิดขึ้น
  • (7) เพื่อตรวจจับ ป้องกันมิจฉาชีพหรือการใช้งานในทางที่ผิดซึ่งเป็นอันตรายต่อสิทธิ ทรัพย์สิน ความปลอดภัยของ iChurch และผู้ใช้งาน และให้ความร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรม การบังคับใช้กฎหมาย หน่วยงานและพนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือศาล ตามที่มีคำขอหรือหนังสือเรียกร้อง

2.2 iChurch อาจเก็บรักษาข้อมูลที่ iChurch ได้รวบรวมไว้ รวมถึงสังเกตการณ์บนเครือข่ายและในฐานข้อมูลของ iChurch ได้นานเท่าที่จำเป็น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ข้างต้น

2.3 iChurch ไม่มีวัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลเพื่อการอื่นอันเป็นการนอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น โดย iChurch จะเก็บรักษาข้อมูลของผู้ใช้งานตามความจำเป็นและตามที่กฎหมายกำหนดไว้

ข้อ 3. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นอย่างดีตามมาตรการเชิงเทคนิค (Technical Measure) และมาตรการเชิงบริหารจัดการ (Organizational Measure) เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม และเพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล การสูญหาย การเข้าถึง ทำลาย ใช้ แปลง แก้ไข การนำข้อมูลไปใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลนอกวัตถุประสงค์ หรือโดยไม่มีอำนาจหรือโดยไม่ชอบ

ก่อนที่บริษัทจะทำการเก็บรวบรวมข้อมูล ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่าน บริษัทจะทำการขอความยินยอมจากท่านก่อน โดยการขอความยินยอมบริษัทจะทำโดยชัดแจ้ง เป็นหนังสือหรือทำโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์

ทั้งนี้ ท่านมีความเป็นอิสระในการให้ความยินยอมในการที่บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทจะไม่กำหนดเงื่อนไขในการให้ความยินยอมเพื่อให้เข้าถึงการรับบริการ หรือเข้าทำสัญญากับบริษัท หากข้อมูลส่วนบุคคลนั้นไม่มีความจำเป็นหรือเกี่ยวข้องสำหรับการเข้าทำสัญญาหรือการรับบริการนั้น

นอกจากนี้ ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง ตัวแทน ที่ปรึกษา และผู้รับข้อมูลจากบริษัทมีหน้าที่ต้องรักษาข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรการรักษาความลับที่บริษัทกำหนดขึ้น

ในกรณีที่ท่านเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลท่านใดเป็นผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ถือเป็นผู้เยาว์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การให้ความยินยอมของท่านต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองที่มีอำนาจกระทำแทนท่านด้วย หากผู้จะให้ความยินยอมนั้นเป็นผู้เยาว์ที่อายุไม่เกิน 10 ปี ต้องขอความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองนั้นโดยตรง

ในกรณีเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลท่านใดเป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ ต้องขอความยินยอมจากผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ที่มีอำนาจกระทำการแทนบุคคลไร้ความสามารถหรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถนั้นแล้วแต่กรณี บริษัทจะดำเนินการให้ข้อมูลของท่านนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

ข้อ 4. การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

การเก็บรวบรวมส่วนบุคคล บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านโดยขอความยินยอมจากท่านก่อน เว้นแต่กรณีที่กฎหมายให้อำนาจไว้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24 หรือ มาตรา 26

บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านไว้เป็นระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันที่เลิกสัญญา

บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านเฉพาะเท่าที่จำเป็น ภายใต้วัตถุประสงค์ที่บริษัทได้แจ้งไว้ใน ข้อ 2.

ทั้งนี้ หากมีความจำเป็นที่ท่านจะต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัทเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญา หรือเพื่อต้องเข้าทำสัญญากับบริษัท บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบก่อน และจะแจ้งผลกระทบหากท่านไม่ยินยอมให้ข้อมูลแก่บริษัท

บริษัทจะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลของท่านจากแหล่งที่มาอื่นที่ไม่ใช่ของท่านโดยตรง เว้นแต่กรณีที่บริษัทได้แจ้งท่านถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านจากแหล่งที่มาอื่นภายใน 30 วัน และได้รับความยินยอมจากท่านแล้ว หรือเป็นการเก็บรวบรวมที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอม ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24 หรือมาตรา 26

บริษัทจะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธ์ุ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อท่านในทำนองเดียวกันตามประกาศของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน เว้นแต่เป็นกรณีตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26 บัญญัติให้กระทำได้

การใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะไม่ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่านก่อนที่จะได้รับความยินยอมจากท่าน เว้นแต่เป็นข้อมูลของท่านที่เก็บรวบรวมได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 24 หรือมาตรา 26

บริษัทจะดูแลให้พนักงานที่ได้รับมอบหมายในเรื่องนี้โดยเฉพาะ มิให้ ใช้ หรือเปิดเผย แสดง หรือทำให้ปรากฏในลักษณะอื่นใดซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน นอกเหนือไปจากวัตถุประสงค์ ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กฎหมายอนุญาตให้เปิดเผยได้ตามขอบเขตที่ท่านได้ให้ความยินยอม หรือขอบเขตที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้

ในกรณีที่บริษัทจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลหรือนิติบุคคลภายนอก บุคคลหรือนิติบุคคลภายนอกนั้นจะต้องแจ้งวัตถุประสงค์ในการ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้บริษัททราบก่อน และต้องไม่ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้ให้ไว้แก่บริษัท

บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บริษัทผู้ร่วมวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อการวิเคราะห์และพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการ การทำวิจัยหรือจัดทำข้อมูลทางสถิติ การบริหารกิจการ และการส่งเสริมการตลาด เช่น การประชาสัมพันธ์กิจกรรม ผลิตภัณฑ์ และ/หรือบริการ ให้แก่ท่าน

ในกรณีที่บริษัท ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอม บริษัทจะบันทึกการใช้หรือเปิดเผยข้อมูลนั้นเป็นหนังสือหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์

ในกรณีที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ ประเทศปลายทางหรือองค์กรระหว่างประเทศที่รับข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีมาตราฐานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด เว้นแต่เป็นกรณีตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 28 (1) – (6)

ข้อ 5. สิทธิของท่านเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล

สิทธิของท่านในข้อนี้เป็นสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องที่ท่านควรทราบ โดยท่านสามารถขอใช้สิทธิต่างๆ ได้ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย และนโยบายที่บริษัทกำหนดไว้ก่อนหรือในขณะหรือที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ตลอดจนหลักเกณฑ์ตามที่บริษัทกำหนดขึ้น

5.1 สิทธิในการขอถอนความยินยอม: ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับบริษัท เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมายหรือมีสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่านอยู่ (ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่ท่านให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น)

5.2 สิทธิในการขอเข้าถึง ขอรับข้อมูลหรือสำเนาข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอเข้าถึง หรือรับ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเองที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท และขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลดังกล่าวให้แก่ท่าน รวมถึงขอให้เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอมว่าบริษัทได้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมาได้อย่างไร

5.3 สิทธิในการคัดค้าน: ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเมื่อใดก็ได้ ในกรณีที่กฎหมายให้อำนาจบริษัทในการเก็บรวบรวมข้อมูลของท่านได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมจากท่านก่อน

5.4 สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

5.5 สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของได้ ดังต่อไปนี้

ข้อมูลของท่านไม่มีความจำเป็นที่จะเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลของท่าน เมื่อท่านได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมและบริษัทไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ เมื่อท่านใช้สิทธิคัดค้านตาม ข้อ 5.3 และบริษัทไม่อาจปฏิเสธคำขอได้ตามกฎหมาย เมื่อข้อมูลของท่านได้ถูกเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

วิธีการขอลบบัญชีผู้ใช้งาน

5.6 สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล: ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลของท่าน ในกรณีดังต่อไปนี้

เมื่อบริษัทอยู่ในระหว่างการตรวจสอบตามที่ท่านร้องขอ เมื่อเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องลบหรือทำลาย แต่ท่านขอให้ระงับการใช้แทน

เมื่อข้อมูลของท่านหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลของท่าน แต่ท่านมีความจำเป็นต้องขอให้เก็บรักษาไว้เพื่อใช้ในการตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายการปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย เมื่อบริษัทอยู่ระหว่างพิสูจน์คำขอคัดค้านของท่านตามข้อ 5.3 เพื่อดูว่าบริษัทมีอำนาจตามกฎหมายให้ปฏิเสธคำคัดค้านของท่านได้หรือไม่

5.7 ท่านมีสิทธิร้องขอให้บริษัทดำเนินการให้ข้อมูลของท่านนั้นถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หากบริษัทไม่ดำเนินการตามคำร้องขอ บริษัทจะบันทึกคำร้องขอของท่านพร้อมด้วยเหตุผลไว้เป็นหนังสือหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์

5.8 สิทธิร้องเรียน: ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

5.9 การใช้สิทธิของท่านดังกล่าวข้างต้นอาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่บริษัทอาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิข้างต้นของท่านได้ เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล การใช้สิทธิละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เป็นต้น

ข้อ 6. การเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลอื่นหรือหน่วยงานอื่น

6.1 บริษัทอาจเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือหน่วยงานอื่น โดยบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบก่อนที่จะทำการเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมทั้งขอความยินยอม โดยมีรายละเอียดต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย

6.2 หากมีการเปลี่ยนแปลงการเชื่อมโยงข้อมูล บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และขอความยินยอมก่อนการดำเนินการ

ข้อ 7. การเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจปรับปรุงนโยบายส่วนบุคคลนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของการให้บริการและ/หรือผลิตภัณฑ์ของบริษัท การดำเนินงานของบริษัท และข้อเสนอแนะหรือความคิดเห็นจากท่าน โดยบริษัทจะประกาศแจ้งการเปลี่ยนแปลงให้ทราบอย่างชัดเจน ก่อนจะเริ่มดำเนินการเปลี่ยนแปลง หรืออาจส่งประกาศให้ท่านทราบโดยตรง

ข้อ 8. คุกกี้ (Cookies) คืออะไร?

คุกกี้ (Cookies) คือไฟล์ที่เว็บไซต์ที่คุณเข้าชมสร้างขึ้น ซึ่งช่วยให้คุณทำสิ่งต่างๆ ทางออนไลน์ได้ง่ายขึ้นด้วยการบันทึกข้อมูลการท่องเว็บ โดยเว็บไซต์ใช้คุกกี้เพื่อให้คุณลงชื่อเข้าใช้อยู่เสมอ จดจำค่ากำหนดเว็บไซต์ และมอบเนื้อหาที่เกี่ยวข้องให้แก่คุณ

ข้อ 9. เราใช้คุกกี้อย่างไร?

เราจะจัดเก็บข้อมูลการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์จากผู้เข้าเยี่ยมชมทุกรายผ่านคุกกี้หรือ เทคโนโลยีใกล้เคียง เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในการใช้งานแพลตฟอร์มและการเข้าถึงบริการของเราผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โดยจะใช้เพื่อกรณีดังต่อไปนี้

เพื่อศึกษาพฤติกรรมของผู้เยี่ยมชมแพลตฟอร์มโดยรวม และนำไปพัฒนาเว็บไซต์ให้สามารถใช้งานได้ง่าย รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

9.1 iChurch อาจเก็บรวบรวมข้อมูลบางประเภทผ่านเทคโนโลยี เช่น คุกกี้ พิกเซล และแหล่งเก็บข้อมูลบนบราวเซอร์หรืออุปกรณ์ของผู้ใช้งาน ในความหมายนี้ คุกกี้ เป็นไฟล์ข้อมูลตัวอักษรขนาดเล็กที่เก็บรวบรวมข้อมูลบนเครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์เคลื่อนที่หรืออุปกรณ์อื่นของผู้ใช้งาน ส่วนพิกเซล เป็นภาพขนาดเล็กอันเป็นส่วนหนึ่งของรหัสบนเว็บเพจ ซึ่งทำหน้าที่ต่างๆ เช่น ทำให้เซิร์ฟเวอร์อื่นสามารถวัดยอดการเข้าชมเว็บเพจ และมักจะใช้เชื่อมโยงกับคุกกี้ โดยรหัสดังกล่าวจะทำการติดตามเมื่อมีการดาวน์โหลดพิกเซล เพื่อบ่งชี้ว่าผู้ใช้งานได้เข้าเชื่อมต่อกับจอภาพใดหรือบางส่วนของจอภาพใด

9.2 เนื่องจากการทำงานของคุกกี้ เว็บเซิร์ฟเวอร์ที่สามารถบันทึกสิ่งที่ผู้ใช้งานสนใจหรือเคยเยี่ยมชม และบันทึกการตั้งค่าบนคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรืออุปกรณ์อื่นของผู้ใช้งาน ดังนั้น คุกกี้ เว็บเซิร์ฟเวอร์จึงมีประสิทธิภาพที่จะเรียกคืนค่าบันทึกโดยอัตโนมัติเพื่อการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ครั้งถัดไป กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ คุกกี้ถูกใช้เพื่อให้ผู้ใช้งานใช้เว็บไซต์ได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยผู้ใช้งานจะไม่ต้องผ่านขั้นตอนการเข้าสู่ระบบซ้ำเมื่อผู้ใช้งานเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ในภายหลัง ในทางปฏิบัติ iChurch จะใช้คุกกี้ทั้งประเภทถาวรและประเภทชั่วคราว โดยคุกกี้ประเภทถาวรจะอยู่ในคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานในระยะเวลาที่นานกว่าประเภทชั่วคราว ในขณะที่คุกกี้ประเภทชั่วคราวจะถูกลบทิ้งโดยอัตโนมัติเมื่อปิดหน้าต่างบราวเซอร์

9.3 ผู้ใช้บริการอนุญาตและให้ความยินยอมแก่ iChurch ในการที่ iChurch อาจให้หรือแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้บริการกับบุคคลภายนอก เช่น ผู้ให้บริการด้านการตลาดหรือการวิเคราะห์ ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ โดยใช้วิธีการทางเทคโนโลยีโดยตรงบนเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นของ iChurch ซึ่งข้อมูลที่บุคคลดังกล่าวทำได้ทำการเก็บรวบรวมจะอยู่ภายใต้บังคับนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้และของบุคคลดังกล่าวด้วย

ข้อ 10. ประเภทของคุกกี้ที่เราใช้

เว็บไซต์ของเราประกอบไปด้วยคุกกี้ดังต่อไปนี้

คุกกี้ประกอบการทำงานของแพลตฟอร์ม (Functionality Cookies): ใช้เพื่อการจดจำสิ่งที่ท่านเลือกหรือตั้งค่าบนแพลตฟอร์ม รวมไปถึงการนำเสนอข้อมูลที่ตรงความต้องการเฉพาะบุคคล เช่น ชื่อบัญชีผู้ใช้ ภาษา และรูปแบบแพลตฟอร์ม

คุกกี้สำหรับการโฆษณา (Advertising Cookies): ใช้ในการจดจำสิ่งที่ท่านเคยเยี่ยมชม รวมไปถึงลักษณะการใช้งานของท่าน เพื่อนำเสนอสินค้า บริการ หรือ สื่อโฆษณาที่เกี่ยวข้อง และตรงกับความสนใจของท่าน และประเมินประสิทธิผลของแคมเปญโฆษณาต่างๆ

คุกกี้ทางเทคนิค (Strictly Necessary Cookies): เป็นประเภทคุกกี้ที่มีความจำเป็นต่อการใช้งานแพลตฟอร์ม เพื่อให้ท่านเข้าถึงข้อมูลได้อย่างทั่วถึงและปลอดภัย

คุกกี้เพื่อวัดผลการทำงานของแพลตฟอร์ม (Performance Cookies): ใช้ในการจัดเก็บข้อมูลของผู้เข้าชมแพลตฟอร์มแบบไม่ระบุตัวตน และนำมาวิเคราะห์จำนวนและพฤติกรรมของผู้เข้าชม เพื่อปรับปรุงแพลตฟอร์มให้มีประสิทธิภาพและตรงกับความต้องการของผู้ใช้มากขึ้น

คุกกี้บุคคลที่สาม (Third-party Cookies): คุกกี้ชนิดนี้จะถูกกำหนดใช้โดยผู้บริการซึ่งเป็นบุคคลที่สาม อาทิ Google Analytics, Google AdWords, Play Console, App Store Connect, etc.

ข้อ 11. การตั้งค่าคุกกี้

ในกรณีที่คุณไม่ประสงค์ให้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลของผู้ใช้บริการผ่านทางคุกกี้ ซอฟต์แวร์ และเครื่องมือการตรวจวัด คุณสามารถลบหรือปฏิเสธคุกกี้ หรือซอฟต์แวร์การตรวจวัดบางรายการผ่านทางเบราว์เซอร์ได้ โดยหากคุณนำคุกกี้ออก คุณจะออกจากระบบเว็บไซต์ และระบบอาจลบค่ากำหนดที่บันทึกไว้ของคุณ ด้วยวิธีการดังนี้

ข้อ 12.ความมั่นคงปลอดภัย

12.1 ข้อมูลที่ iChurch เก็บรวบรวมจะได้รับการคุ้มครองโดยวิธีทางเทคนิค และขั้นตอนรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสมตามควร เพื่อป้องกันการเข้าถึงหรือใช้ข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยบริษัทในเครือของ iChurch รวมถึงพันธมิตรทางธุรกิจที่เชื่อถือได้ และผู้ให้บริการที่เป็นบุคคลภายนอกที่ได้รับมอบหมาย อาจปฏิบัติจัดการเพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยและนโยบายความเป็นส่วนตัวของ iChurch

12.2 เพื่อความปลอดภัยในข้อมูลส่วนบุคคลและความเป็นส่วนตัวในช่องทางติดต่อสื่อสารของผู้ใช้งาน ผู้ใช้งานตกลงปฏิบัติตามนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ รวมถึง ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้งานทั่วไป นโยบายการใช้งานและบริการต่าง ๆ ของ iChurch อย่างเคร่งครัด โดยผู้ใช้งานตกลงจะไม่กระทำการใดอันเป็นการรบกวนหรือล่วงละเมิดสิทธิ์ของ iChurch และผู้ใช้งานอื่นหรือบุคคลภายนอก หาก iChurch ทราบหรือพบว่ามีการล่วงละเมิดใดต่อ iChurch หรือต่อผู้อื่น iChurch สงวนสิทธิในการยกเลิกและปิดกั้นการเข้าใช้งานหรือบริการ iChurch ของผู้ใช้งานผู้กระทำการล่วงละเมิดนั้น รวมถึงการปิดบัญชีสมาชิกของผู้ใช้งานนั้น และจะดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า โดย iChurch จะแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบ

12.3 iChurch จำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลไว้สำหรับพนักงาน ลูกจ้าง และผู้ได้รับอนุญาตจาก iChurch เฉพาะที่จำเป็นต้องทราบข้อมูลของต่าง ๆ ของผู้ใช้งาน เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติงาน ประมวลผล หรือกระทำการใด ๆ ตามมาตรการความปลอดภัยและการปราบปราม หรือป้องกันการรบกวน หรือล่วงละเมิดสิทธิทางบุคคลหรือทางทรัพย์สินของ iChurch ผู้ใช้งานอื่นหรือบุคคลภายนอก พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ได้รับอนุญาตจาก iChurch ดังกล่าวต้องปฏิบัติตามนโยบาย ข้อกำหนดการรักษาข้อมูลที่เป็นความลับและนโยบายความเป็นส่วนตัวของ iChurch อย่างเคร่งครัด

12.4 ผู้ใช้งานรับทราบและยินยอมว่าในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคล และช่องทางติดต่อสื่อสารของผู้ใช้งานเสียหายหรือสูญหาย ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใด หรือด้วยวิธีการใด ๆ ซึ่งรวมถึง การจารกรรมด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (Hack) ที่อาจเกิดขึ้น ซึ่ง iChurch ขอสงวนสิทธิโดยไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายหรือสูญหายดังกล่าว หรือต่อความเสียหายสืบเนื่องใดๆ ทั้งสิ้น

12.5 iChurch ไม่มีนโยบายอนุญาตให้ผู้ไร้ความสามารถหรือผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 10 ปี ผู้ซึ่งมิได้รับอนุญาตจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ใช้งานบนเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นของ iChurch ในทางปฏิบัติ iChurch ไม่มีนโยบายที่จะพยายามรวบรวมข้อมูลใด ๆ จากบุคคลดังกล่าว หากบุคคลดังกล่าวได้ให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่ iChurch และบิดามารดาหรือผู้ปกครองโดยชอบด้วยกฎหมายของบุคคลนั้นได้แจ้งให้ iChurch ทราบถึงการดังกล่าว iChurch จะทำการลบข้อมูลของบุคคลดังกล่าวออกจากระบบข้อมูลของ iChurch โดยมิช้า

ข้อ 13. การเปลี่ยนแปลงนโยบาย

นโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ได้ทำการปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 27 พฤษภาคม 2565 โดย iChurch อาจทำการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรือเพิ่มเติมนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้เป็นครั้งคราว การเปลี่ยนแปลงของนโยบายความเป็นส่วนตัวบนเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นของ iChurch สามารถตรวจสอบได้ตามที่ปรากฏบนเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นของ iChurch การที่ผู้ใช้งานใช้งานหรือบริการบนเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่นของ iChurch ต่อไปหลังจากการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรือเพิ่มเติมนโยบายดังกล่าวแล้ว ถือว่าผู้ใช้งานยืนยันยอมรับและตกลงที่จะปฏิบัติตามส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงหรือเพิ่มเติมที่ทำขึ้นกับนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ อันเป็นการแสดงเจตนาที่เพิกถอนไม่ได้ นโยบายความเป็นส่วนตัวที่อาจมีการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุง หรือเพิ่มเติมในภายหลัง ถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้งานทั่วไป (“ข้อตกลง”) ด้วย

ข้อ 14. ท่านจะติดต่อบริษัทได้อย่างไร

หากท่านมีข้อเสนอแนะ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการขอใช้สิทธิตามนโยบายฉบับนี้ ท่านสามารถติดต่อบริษัทได้ผ่านช่องทางดังนี้

อีเมล: support@iChurch.in.th

สถานที่ติดต่อ: บริษัท ไอเชิรช์ จำกัด (สำนักงานใหญ่) 178 M.8 Mae Chan,Mae Chan, Chiang rai 57110

E-mail : info@ichurch.in.th Tel : (+66)81-206-2561 (วันเวลาทำการ จันทร์-ศุกร์ 09.30-17.00 น.)

เมื่อคุณตกลงยอมรับนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ บริษัทจะถือว่าท่านยอมรับว่าการใช้บริการใดๆ ของบริษัทถือเป็นการยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการทั้งหมด และการตกลงยอมรับดังกล่าวมีผลสมบูรณ์

หากมีข้อสงสัยใดเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้ ผู้ใช้งานสามารถสอบถามได้ที่ support@iChurch.in.th